จากครอบครัวถึงที่ทำงาน : ชีวิตจริงของ LBTQ ภายใต้สังคมไทย

ทำไมการยอมรับจากครอบครัว จึงเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับ LBTQ+

การถูกสังคมมองแปลกอาจเจ็บ แต่การไม่ถูกยอมรับจากครอบครัว คือบาดแผลที่ลึกกว่า

เพราะครอบครัวควรเป็นที่แรกที่เราปลอดภัย แต่สำหรับ LBTQ หลายคน มันกลับเป็นที่ที่ต้อง “พิสูจน์ตัวเอง” มากที่สุด

แบกความคาดหวัง เพราะเป็นลูกคนโต เมื่อความรักต้องแลกด้วยความสำเร็จ

เสียงจากคนในเครือข่าย LBTQ เล่าว่า เขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับแม่มาตลอดชีวิต เพราะเป็นลูกคนโต เพราะแม่อยากให้มีครอบครัว อยากให้มีลูก

 

แต่ความจริงคือ เขามีแฟนเป็นผู้หญิง

 

สิ่งที่ตามมาคือการต้องทำให้ “ดีกว่ามาตรฐาน” เรียนให้เก่ง ทำงานให้ดี หาเงินให้มาก

 

ส่งเสียครอบครัวมากกว่าที่ลูกคนหนึ่งควรต้องทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็น LBTQ ก็ยังดูแลตัวเอง แม่ และน้องได้

 

เขาทำแบบนี้มากว่า 30 ปีแต่คำว่า “ยอมรับ” ก็ยังไม่เคยมาถึง ความรักหลายครั้งต้องจบลง เพราะครอบครัวไม่เปิดรับ สุดท้ายจึงเลือกอยู่คนเดียว ไม่ใช่เพราะไม่อยากมีความรัก

 

แต่เพราะ “เหนื่อยเกินไปแล้ว”

คำพูดในวัยเด็ก ที่กลายเป็นแผลในใจ เมื่อครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการเกลียดตัวเอง

หลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่หัวเก่า เคร่งครัด พูดถึง LGBT ในแง่ลบให้ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก

“ถ้าชอบผู้หญิง แม่จะเสียใจมาก”

 

“มันเป็นบาปนะ”

 

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้หายไปตามเวลา แต่มันฝังอยู่ข้างใน และค่อยๆ ทำลายความรู้สึกของการเป็นตัวเอง

 

เมื่อโตขึ้นและเริ่มเข้าใจอัตลักษณ์ของตัวเอง

 

หลายคนเล่าว่าความอึดอัดมันหนักจนสุขภาพจิตพัง เศร้า หมดแรง ไม่อยากดูแลตัวเอง

 

บางคนต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะค่อยๆ ฟื้นกลับมาได้เพียงเพราะได้เจอใครสักคนที่รับฟัง โดยไม่ตัดสิน

อัตลักษณ์ที่ปกปิดไม่ได้ เมื่อแค่ “เป็นตัวเอง” ก็กลายเป็นปัญหา

สำหรับบางคน อัตลักษณ์ไม่สามารถซ่อนได้มันออกมาทางบุคลิก ท่าทาง การเดิน การแสดงออก

 

ต่อให้ไม่มีแฟน ต่อให้ไม่พูดอะไร คนรอบข้างก็ยังตั้งคำถาม

 

“ลูกเป็นทอมเหรอ”

 

คำถามเหล่านี้มักตามมาด้วยความเงียบของครอบครัว ความเงียบที่ไม่เคยทำให้รู้สึกปลอดภัย

 

และยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินมากขึ้น

 

หลายคนอยากหนีไปอยู่ที่อื่น ไม่ใช่เพราะไม่รักครอบครัว แต่เพราะไม่อยากได้ยิน ไม่อยากเจอสิ่งที่ทำร้ายใจซ้ำๆ ในขณะที่ตัวเองเปลี่ยนไม่ได้

 

สิ่งที่อยากบอกสังคมคือ“อย่าเอาทัศนคติของตัวเองไปตัดสินลูกคนอื่น”และ“อย่าเอาทัศนคติของคนอื่น มาตัดสินลูกของตัวเอง”

งานวิจัยสะท้อนความจริง ครอบครัวไทย คือแรงกดทับของสุขภาพจิต LBTQ

งานวิจัยด้านสุขภาวะของ LBTQ ชี้ชัดว่าค่านิยมครอบครัวในสังคมไทย คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ LBTQ ไม่สามารถเป็นตัวเองได้

 

ผลที่ตามมาไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกโดดเดี่ยวและการไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

 

การยอมรับเรื่องอื่นในชีวิตอาจพอรับมือได้ แต่การไม่ถูกยอมรับในตัวตน จากคนที่ควรจะรักเราโดยไม่มีเงื่อนไข คือความเจ็บปวดที่ยากจะเยียวยา

สุขภาวะของ LBTQ ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่ถูกทำให้ยากกว่าที่ควรจะเป็น

LBTQ ก็ต้องการชีวิตพื้นฐานเหมือนทุกคน กินอิ่ม นอนอุ่น มีสุขภาพกายใจที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และได้รับบริการที่เป็นธรรม

 

แต่ความจริงคือ กฎหมาย นโยบาย วัฒนธรรม และโครงสร้างสังคม ทำให้หลายคนไม่มีความมั่นคง ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกละเมิดสิทธิ ถูกขูดรีด

 

แรงงาน และถูกทำให้ไม่ภาคภูมิใจในตัวเอง นี่ไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคลแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ต้องแก้พร้อมกันทั้งระบบ

ทำไมการสร้างชุมชน LBTQ จึงสำคัญ

เพราะไม่มีใครควรอยู่ลำพัง : หลายพื้นที่ยังไม่มีการรวมตัวของ LBTQไม่ใช่เพราะไม่มีคน

 

แต่เพราะยังไม่มีพื้นที่ที่ปลอดภัยพอ ยังไม่ไว้วางใจ ยังกลัวการถูกมอง ถูกตัดสิน

 

การรวมตัวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเคลื่อนไหวใหญ่ แค่มีพื้นที่พบปะ พูดคุย สร้างความเชื่อใจกัน

 

ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนรู้ว่า “ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว” เมื่อชุมชนเข้มแข็ง การขับเคลื่อนเรื่องสิทธิ สุขภาวะ และศักดิ์ศรี ก็จะไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเล็กอีกต่อไป

เพราะการยอมรับ ไม่ควรต้องแลกด้วยความเจ็บปวดและการเป็นตัวเอง ไม่ควรต้องพิสูจน์

เรื่องราวทั้งหมดนี้บอกเราชัดเจนว่า การไม่ยอมรับทำร้ายคนจริง และการมีพื้นที่สำหรับ LBTQ ไม่ใช่ความต้องการพิเศษ แต่มันคือพื้นฐานของการมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

 

ถ้าคุณกำลังรู้สึกโดดเดี่ยว คุณไม่ได้อ่อนแอ และคุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง เพื่อแลกกับการยอมรับจากใครอีกต่อไป