ความเท่าเทียมทางเพศ – Gender Equality เป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องในสังคมสมัยใหม่ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกเพศ ทุกช่วงวัย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่เป็น LGBTQ ยังคงเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมาย ทั้งในด้านสิทธิ โอกาสในการทำงาน การยอมรับทางสังคม และการเข้าถึงบริการสุขภาพหรือทรัพยากรที่สำคัญ การขับเคลื่อนเพื่อความเป็นธรรมทางเพศในสังคมให้เป็นรูปธรรมและครอบคลุมกลุ่ม LGBTQ จึงถือเป็นหนึ่งในหัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น
การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศในกลุ่ม LGBTQ+ เป็นประเด็นที่ยังคงต้องการความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในสังคมที่ยังมีความเชื่อทางเพศแบบดั้งเดิม (Binary) ที่เข้มแข็ง ความเป็นธรรมทางเพศ (Gender Equality) จึงไม่ได้หมายถึงแค่การให้สิทธิ์ที่เท่าเทียมระหว่างชายและหญิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับในตัวตนของกลุ่ม LGBTQ+ อย่างแท้จริง ทั้งในด้านสิทธิ โอกาส และการยอมรับในสังคม ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่หลายสังคมต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกอีกด้วย
แม้จะมีการรณรงค์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ความเป็นธรรมที่แท้จริงนั้นยังคงมาไม่ถึงสำหรับหลายกลุ่ม หลายคนยังต้องเผชิญกับการถูกกีดกันหรือถูกละเลย ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน การศึกษา หรือในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญต่างๆ
ความเสมอภาคทางเพศ หรือความเท่าเทียมระหว่างเพศ ( Gender Equality ) กับ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ในประเทศไทยนั้นยังคงถูกจำกัดสิทธิในการแสดงออกทางเพศด้วยการเลือกปฏิบัติ โดยมีการแสดงออกทางเพศอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

1. การควบคุมอย่างเป็นทางการ คือการควบคุมที่มีกฎหมายเข้ามารองรับ
ซึ่งจะเห็นได้จากที่กลุ่ม LGBTQ+ ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิสมรสอย่างเท่าเทียม โดยเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายสมรส เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งแยกความไม่เสมอภาคของคนรักต่างเพศกับกลุ่ม LGBTQ+ ออกจากกัน รวมถึงสิทธิที่คู่สมรสควรจะได้รับอย่างคู่สมรสตามเพศสถานะที่สังคมยอมรับ

2. การควบคุมอย่างไม่เป็นทางการ คือการที่คนในสังคมเป็นผู้ควบคุม
โดยวิธีการควบคุมอย่างไม่เป็นทางการนั้นมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การนินทาว่าร้าย การถูกระรานและการกลั่นแกล้ง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่สภาพแวดล้อมของสังคมนั้นๆ
ข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาวะของ Lesbian, Bisexual, Transgender, Tomboy กล่าวถึงสุขภาวะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพบว่า กลุ่ม LBT และกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ไม่มีกฎหมายและนโยบายที่ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตที่เป็นกฎหมายป้องกันการเลือกปฏิบัติทางเพศ กฎหมายคุ้มครองการถูกกระทำจากความเกลียดชัง รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิความเสมอภาคของคนทุกเพศ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม
และถึงแม้จะมี พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ที่ระบุความหมายของการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศอย่างชัดเจน ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด (มาตรา 3) มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2558 หากมีการร้องเรียนความผิดก็จะมีกรรมการวินิจฉัย และมีบทลงโทษ ทั้งจำคุกและปรับเป็นเงินหรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่พบว่ากฎหมายดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับที่ครอบคลุมเพียงพอในการหยุดหรือยับยั้งการกระทำความผิดหรือการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ขาดการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพและยังไม่คุ้มครองกรณีการเลือกปฏิบัติที่เกิดจากการกระทำโดยภาคเอกชนที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ทำให้ยังคงปรากฎการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศให้เห็นในสังคมไทยบ่อยครั้ง

Gender Equality - ความท้าทายที่กลุ่ม LGBTQ เผชิญ
กลุ่ม LGBTQ ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งจากทัศนคติทางสังคมที่ยังไม่เปิดกว้าง และจากการเลือกปฏิบัติในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึง:
1. การกีดกันในที่ทำงานและการศึกษาต่อ
หลายคนในกลุ่ม LGBTQ ประสบปัญหาการกีดกันในที่ทำงาน การถูกกดดัน หรือการละเมิดสิทธิ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาขาดโอกาสในการทำงานที่ดีเทียบเท่ากับผู้อื่น นอกจากนี้ การเลือกปฏิบัติอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงการศึกษา ส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมได้
2. ปัญหาสุขภาพจิตและการเข้าถึงบริการสุขภาพ
กลุ่ม LGBTQ มักประสบปัญหาสุขภาพจิตจากความกดดันทางสังคม การกลั่นแกล้ง และการถูกตีตรา ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและความเครียดได้ การเข้าถึงบริการสุขภาพที่ครอบคลุมความต้องการเฉพาะของกลุ่ม LGBTQ จึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ ประเทศ บริการดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมพอ
3. กฎหมายที่ล้าหลังและการขาดการยอมรับทางกฎหมาย
หลายประเทศยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ในการสมรส การรับบุตรบุญธรรม และการเลือกแสดงตัวตนทางเพศตามที่ต้องการ การขาดการยอมรับนี้ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคในชีวิตประจำวันมากมาย และส่งผลให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยในสังคม
ความไม่เท่าเทียมในด้านกฎหมายนั้น แม้ว่าบางประเทศจะเริ่มยอมรับการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันและออกกฎหมายที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ แต่อีกหลาย ๆ ประเทศยังคงมีกฎหมายที่ไม่ยอมรับสิทธิ์ของกลุ่ม LGBTQ+ การขาดสิทธิ์ในการแต่งงานหรือการคุ้มครองกฎหมายอื่น ๆ มีผลกระทบโดยตรงต่อการสร้างครอบครัวและสถานะทางกฎหมาย ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่กีดกันกลุ่ม LGBTQ+ จากการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม
4. การถูกปฏิเสธทางสังคมและการถูกข่มเหง
การถูกปฏิเสธหรือถูกเหยียดหยามเป็นเรื่องที่กลุ่ม LGBTQ+ ต้องเผชิญในหลายพื้นที่ ความไม่ยอมรับจากสังคมหรือแม้กระทั่งจากครอบครัว สามารถนำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเครียด บางคนถึงขั้นถูกข่มเหงหรือกระทำการรุนแรง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิตและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การเผชิญหน้ากับการข่มเหงหรือการเหยียดหยามเหล่านี้ยังคงสร้างความท้าทายในการที่จะทำให้กลุ่ม LGBTQ+ ได้รับการยอมรับและความเคารพเท่าเทียมกับกลุ่มอื่น ๆ
แนวทางการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ - Gender Equality
1. การศึกษาและการรณรงค์เพื่อลดการตีตรา
การสร้างความเข้าใจและการเปิดใจยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการศึกษาที่ครอบคลุมและการรณรงค์เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQ จะช่วยลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติได้
หนึ่งในวิธีที่จะลดอุปสรรคที่กลุ่ม LGBTQ+ เผชิญ คือการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการศึกษาในสังคม การให้ความรู้เรื่องเพศสภาพที่หลากหลายจะช่วยให้คนในสังคมเข้าใจถึงความหลากหลายและมองเห็นความเท่าเทียมที่กลุ่ม LGBTQ+ ควรได้รับ เมื่อสังคมเข้าใจและเปิดใจยอมรับ จะส่งเสริมให้กลุ่ม LGBTQ+ มีโอกาสในการดำเนินชีวิตอย่างเต็มศักยภาพโดยปราศจากอุปสรรคและการเลือกปฏิบัติ
2. การออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิ
ประเทศควรพัฒนากฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ในทุกด้าน เช่น การสมรสและการรับบุตรบุญธรรม การต่อต้านการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน และการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพ
การสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการยอมรับและได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมคือเป้าหมายสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยสร้างสังคมที่แข็งแรงและยุติธรรมขึ้น แต่ยังเป็นพื้นฐานให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในอนาคตหากเรามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและทัศนคติอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน สถานศึกษา หรือในสังคมโดยรวม
3. การสนับสนุนในระดับองค์กรและภาคธุรกิจ
องค์กรและธุรกิจควรมีนโยบายที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและยอมรับความหลากหลาย ทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกปลอดภัยและมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
การสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการยอมรับและได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมคือเป้าหมายสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยสร้างสังคมที่แข็งแรงและยุติธรรมขึ้น แต่ยังเป็นพื้นฐานให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในอนาคตหากเรามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและทัศนคติอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน สถานศึกษา หรือในสังคมโดยรวม
การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางเพศ – Gender Equality ของกลุ่ม LGBTQ+ นั้น ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มนี้ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในคุณค่าของมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนในระดับที่แท้จริง เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้ในสังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและความเคารพซึ่งกันและกัน
จะเห็นได้ว่า ความเป็นธรรมทางเพศ – Gender Equality ที่ครอบคลุมกลุ่ม LGBTQ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วม ในการสร้างสังคมที่ยุติธรรม และเป็นมิตรสำหรับทุกคน รวมถึงกลุ่มเปราะบางต่างๆ ในสังคม ผ่านการสนับสนุน การแสดงออกที่เคารพความแตกต่าง และการส่งเสริมสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ให้เป็นที่ยอมรับและให้พวกเขาได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในทุกด้าน ซึ่งเราทุกคนในสังคมต้องตระหนักและช่วยกันอย่างแท้จริง
ข้อมูลจาก