รีวิวหนังสือ: (The Miseducation of Cameron Post) โดย Emily M. Danforth

“The Miseducation of Cameron Post” เป็นนิยายที่สำรวจเรื่องราวของการค้นหาตัวตนและการยอมรับความรักระหว่างผู้หญิงในสังคมที่มีความเชื่อที่เข้มงวดและไม่ยอมรับความรักเพศเดียวกันเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ แคเมรอนโพสต์ (Cameron Post) สาวน้อยวัยรุ่นที่เติบโตในรัฐมอนแทนาในครอบครัวที่เคร่งศาสนา ได้เผชิญกับการสูญเสียพ่อแม่และการค้นพบความรักกับเพื่อนหญิงที่ชื่อว่า เจมี่ ในขณะที่แคเมรอนต้องพยายามต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองและการยอมรับจากสังคมที่ยังไม่เข้าใจความรักของเธอ
เมื่อแคเมรอนถูกจับได้ว่ารักเพศเดียวกัน ครอบครัวและสังคมไม่ยอมรับ และส่งเธอไปยัง ศูนย์ฟื้นฟูการรักษาผู้รักเพศเดียวกัน (gay conversion therapy) ที่มีวิธีการบังคับและปราบปรามความเป็นตัวตนของเธอ ภายในศูนย์นั้นแคเมรอนได้พบกับเพื่อนใหม่ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน แต่ทั้งสามก็ยังคงพยายามรักษาความเป็นตัวเองท่ามกลางความกดดันที่พวกเขาต้องเผชิญ
หนังสือเล่มนี้มีความลึกซึ้งในแง่ของการสำรวจความรู้สึกภายในของตัวละครและการแสดงออกถึงความยากลำบากในการค้นหาความรักในสถานการณ์ที่ท้าทาย ท่ามกลางการขัดแย้งทางศีลธรรมและการยอมรับจากสังคม มันเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและมีความหวัง พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในรูปแบบที่ละเอียดและทำให้ผู้อ่านเห็นถึงความเข้มแข็งของการรักและการอยู่รอด
รีวิวภาพยนตร์: (The Miseducation of Cameron Post)

ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายของ Emily M. Danforth นำเสนอเรื่องราวในแบบที่ละเอียดอ่อนและมีอารมณ์ร่วม โดยผู้กำกับ Desiree Akhavan ได้ถ่ายทอดการเดินทางของแคเมรอนในฐานะสาววัยรุ่นที่ถูกส่งไปที่ศูนย์ฟื้นฟูการรักษาความเป็นเกย์ หลังจากที่เธอถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง
นักแสดงนำ Chloë Grace Moretz รับบทแคเมรอนโพสต์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในฉากที่เธอแสดงออกถึงความสับสนและเจ็บปวดจากการถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตัวตนของตัวเอง เธอแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวและความหวังในเวลาเดียวกันในสภาวะที่ไม่มีทางเลือกและต้องเผชิญกับการต่อสู้ภายในจิตใจ
ในส่วนของภาพยนตร์นั้นมีการเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างแคเมรอนกับเพื่อนๆ ในศูนย์รักษา รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับ Jane และ Adam ซึ่งทั้งสองคนต่างก็มีประสบการณ์ในการต่อสู้เพื่อยอมรับตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แม้ภาพยนตร์จะนำเสนอปัญหาทางสังคมในเรื่องของการรักษาผู้รักเพศเดียววกัน แต่ก็มีความเบาและมีชีวิตชีวาในหลายๆ ฉากที่ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงความสำคัญของการยอมรับและการรักตัวเอง
ภาพยนตร์มีการถ่ายทอดบรรยากาศของยุค 90 ได้อย่างมีเสน่ห์ รวมถึงการใช้เพลงที่มีความหมายสะท้อนความรู้สึกของตัวละคร นอกจากนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในมุมมองของตัวละครที่แต่ละคนต่างก็ต้องเผชิญกับการค้นหาความรักในสังคมที่ไม่เข้าใจพวกเขา
ภาพยนตร์และนิยายเรื่องนี้ทั้งสองเป็นการตีแผ่ความจริงในเรื่องของการยอมรับและการต่อสู้เพื่อค้นหาความรักในสังคมที่มีทัศนคติที่ต่างออกไป ทั้งยังสะท้อนถึงความสำคัญของการรักตัวเองและการรักษาความเป็นตัวตนในที่สุด
ที่มา :